Privacy Policy

นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า

บริษัท ยูทีเอ เวนเจอร์ จำกัด (บริษัทหรือ “เรา”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อมีการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย (เรียกรวมว่า การประมวลผล) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า บริษัทจะจัดการและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง (“กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่าน ซึ่งมีฐานะเป็นลูกค้า ทั้งที่เป็นลูกค้าในอดีต ลูกค้าปัจจุบัน และผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต ผู้ใช้บริการ ผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ของบริษัท ผู้เช่า ผู้ใช้บริการพื้นที่ บุคลากรของท่าน หรือผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอื่นใดของบริษัท รวมไปถึงบุคคลทั่วไปซึ่งติดต่อกับบริษัท (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”)

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้กับการประกอบธุรกิจของบริษัท ณ อาคาร สำนักงาน หรือสถานที่ประกอบธุรกิจอื่นใดของบริษัท จุดรับรองลูกค้า ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ช่องทางการติดต่อบริษัท เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงการประกอบธุรกิจหรือการให้บริการที่ได้กระทำผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท เช่น เว็บไซต์ ระบบจอง แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ช่องทางการลงทะเบียนเข้าใช้งานหรือเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนช่องทางหรือสถานที่อื่นใดที่บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน

บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวนี้และเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงใด ๆ ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

1. บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้าง

เพื่อวัตถุประสงค์ของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่ระบุด้านล่างนี้ 

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางตรงและทางอ้อมจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น ผู้ให้บริการโปรแกรมสมาชิก (ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโปรแกรมสมาชิกโดยบริษัทโดยตรง และ/หรือบริษัทในเครือ) ผู้ให้บริการของบริษัท บริษัทหรือหน่วยงานที่ท่านสังกัด พันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น สื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์) หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของท่านที่มีกับบริษัท และผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านมีความประสงค์จะได้รับจากบริษัท โดยตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวมมีดังต่อไปนี้

1.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น คำนำหน้า ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ อาชีพ วันเดือนปีเกิด ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง) ลายมือชื่อ ภาพถ่าย

1.2 ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ของสถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล บัญชีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์

1.3 ข้อมูลยานพาหนะ เช่น สี รุ่น ยี่ห้อ ทะเบียนรถ กรณีที่ท่านเข้ามาภายในพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัท ซึ่งจะได้มีการลงทะเบียนยานพาหนะดังกล่าวเพื่อการตรวจสอบผู้เข้าเยี่ยมชม

1.4 ข้อมูลการใช้บริการ เช่น ข้อมูลสมาชิก ข้อมูลการใช้บริการ ข้อมูลการสะสม/ใช้/แลกคะแนนหรือคอยน์

1.5 ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคารและการชำระเงิน ข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม (เช่น สัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี) ข้อมูลบัตรเครดิต (เช่น หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อผู้ถือบัตร วันที่หมดอายุบัตร)

1.6 ข้อมูลการเข้ารับบริการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น วัน-เวลาที่เข้ารับบริการ บันทึกการจองเพื่อเข้ารับบริการ ประวัติการเข้ารับบริการ

1.7 ข้อมูลทางเทคนิค เช่น เลขที่อยู่ไอพีหรืออินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP Address) ล็อก (Log) รุ่นอุปกรณ์และประเภทของอุปกรณ์ ข้อมูลระบุประเภทฮาร์ดแวร์ เช่น หมายเลขประจำเครื่อง (UDID) ข้อมูลที่อยู่การควบคุมการเข้าใช้งานสื่อกลาง (Media Access Control) ข้อมูลระบุประเภทซอฟท์แวร์ เช่น ข้อมูลระบุสำหรับผู้โฆษณาสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS (IDFA) หรือข้อมูลระบุสำหรับผู้โฆษณาสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (AAID) ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลการเข้าถึง ข้อมูลการเข้าใช้งานแบบ Single Sign-On (SSO) การเข้าสู่ระบบ (Login Log) เวลาที่เข้าถึง ระยะเวลาที่ใช้บนหน้าเพจของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ประวัติการค้นหา ข้อมูลการเรียกดู ประเภทและเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ (Browser) การตั้งค่าเขตเวลา (Time Zone Setting) และสถานที่ตั้ง ประเภทและเวอร์ชั่นของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ (Plug-In Browser) ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม

1.8 ข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า เช่น ข้อมูลการเปิดบัญชีลูกค้า ข้อมูลการระงับข้อพิพาท ข้อมูลรายงาน ข้อมูลการขอคืนเงินหรือสินค้า/ผลิตภัณฑ์ บันทึกการติดต่อสื่อสารกับบริษัท ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภค/อุปโภค

1.9 ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เช่น ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวจากบันทึกกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และวันเวลาที่บันทึก

การให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นใดนอกจากตัวท่านเองแก่บริษัท (เช่น บุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน คู่สมรส บุตร บิดามารดา นายจ้าง คู่กรณี หรือผู้แนะนำ) เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ความสัมพันธ์ ข้อมูลติดต่อ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะถือว่าท่านรับรองและรับประกันต่อบริษัทว่าท่านมีอํานาจในการกระทําเช่นนั้นโดย (1) การแจ้งให้บุคคลอื่นรายนั้นทราบถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และ (2) การได้รับความยินยอม (ในกรณีที่กฎหมายกําหนดหรือจําเป็น) เพื่อให้บริษัทสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้

ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทไม่มีจุดประสงค์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่แสดงไว้บนบัตรประจำตัวประชาชน (ได้แก่ ศาสนา) ดังนั้น เว้นแต่สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนนั้นจะถูกส่งต่อให้แก่หน่วยงานราชการตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งของหน่วยงานดังกล่าว พวกเราขอให้ท่านลบ หรือขีดฆ่าข้อมูลศาสนาดังกล่าวออกก่อนที่จะนำส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวให้แก่เรา และในกรณีที่ท่านไม่ได้ดำเนินการลบหรือขีดฆ่า เราอาจดำเนินการลบหรือขีดฆ่าข้อมูลดังกล่าวออกไปเพื่อรับประกันการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดให้เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินธุรกิจของเราเท่านั้น

การเก็บข้อมูลของผู้เยาว์ ผู้เสมือนไร้และผู้ไร้ความสามารถ ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถตามกฎหมาย ซึ่งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน บริษัทจะทำให้แน่ใจว่า บริษัทได้รับความยินยอมที่จำเป็นจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) ก่อนดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บริษัทพบว่าบริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยปราศจากความยินยอมจากผู้ปกครองตามที่กฎหมายกำหนด หรือของผู้ที่เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมจากผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) โดยไม่ได้ตั้งใจ บริษัท จะลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทันที เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นที่นอกเหนือจากความยินยอมได้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว

2. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

2.1 วัตถุประสงค์ที่อาศัยความยินยอม

บริษัทอาจอาศัยความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดและการติดต่อสื่อสารซึ่งเราไม่สามารถอ้างอิงฐานทางกฎหมายอื่นได้ เพื่อแจ้งข่าวสารด้านการตลาด การทำการตลาดแบบตอกย้ำความสนใจ (Re-Marketing) โฆษณา สิทธิประโยชน์ การขาย การเสนอขาย ข้อเสนอพิเศษ การแจ้งเตือน จดหมายข่าว รายงานความคืบหน้า ประกาศ กิจกรรมส่งเสริมการขาย ข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา รวมถึงของพันธมิตรทางธุรกิจของเราแก่ท่าน

ในกรณีที่เราอาศัยความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมายสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมได้โดยการติดต่อบริษัท (ตามรายละเอียดที่ระบุในหัวข้อ “รายละเอียดการติดต่อบริษัท” ของนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้) ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อาศัยความยินยอมของท่านที่เคยให้ไว้ก่อนการเพิกถอนนั้น

2.2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทอาจอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ (1) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการพิจารณาเข้าทำสัญญา การทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (2) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท (3) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลอื่น ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อให้เกิดความสมดุลและได้สัดส่วน ระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวกับความเป็นส่วนตัวของท่าน (4) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (5) เพื่อการก่อตั้งและยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับบริษัท โดยบริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น เพื่อการให้เช่าหรือให้บริการพื้นที่ การจัดกิจกรรม เพื่อส่งมอบของที่ระลึกและให้สิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับ ซึ่งอาจรวมถึงท่าน เพื่อขอรายละเอียดที่จำเป็น เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง เพื่อบริหารจัดการบัญชี เพื่อสนับสนุนและดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับบริการหรือสินค้าของบริษัท และเพื่อดำเนินธุรกรรมทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน เช่น เพื่อออกใบเสร็จรับเงิน เพื่อออกใบแจ้งหนี้และติดตามหนี้

(2) เพื่อลงทะเบียนและยืนยันตัวตน เช่น เพื่อลงทะเบียน บันทึกและตรวจสอบข้อมูล พิสูจน์และยืนยันตัวตนของท่าน ในกรณีที่จะมีการทำธุรกรรมทางกฎหมายหรือสัญญาระหว่างท่านและบริษัท และ/หรือเพื่อการปฏิบัติตามคำขอที่ท่านขอมายังบริษัท

(3) เพื่อติดต่อสื่อสาร เช่น เพื่อใช้ในการติดต่อ เพื่อจัดส่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อการประชาสัมพันธ์และเชิญเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อติดต่อประสานงาน โดยไม่รวมถึงการส่งข้อมูลข่าวสารการตลาดประชาสัมพันธ์ ซึ่งเราจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน

(4) เพื่อดูแลจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า เช่น เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียนและปรับปรุงการให้บริการ ตามคำเห็นที่ท่านให้มา และการสำรวจความพึงพอใจ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการ หรือ ส่งเสริมการตลาด และการอำนวยความสะดว

(5) เพื่อพัฒนาการดำเนินธุรกิจของเรา เช่น เพื่อทำการวิเคราะห์ ประเมินและจัดทำรายงานภายในองค์กร เพื่อดูแลการปฏิบัติการ ประสานงาน ติดตาม ตรวจสอบและควบคุมการดำเนินงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย กฎระเบียบ และมาตรฐาน และเพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของการดำเนินงานภายใน เพื่อวางแผนและวางกลยุทธ์การดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และนโยบายองค์กร และเพื่อพัฒนาการประกอบกิจการ หรือต่อยอดในธุรกิจอื่น ๆ ต่อไป

(6) เพื่อการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัท เพื่อดำเนินระบบการจอง บริหารจัดการกลไกการจอง และยืนยัน แก้ไข หรือยกเลิกการจอง

(7) เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์ม เช่น เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มทำงานอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์ม เพื่อปรับปรุงแผนงานและเนื้อหาของเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น

(8) เพื่อบริหารจัดการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบติดต่อสื่อสาร ระบบความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและการเข้าใช้งานระบบและการตรวจสอบความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการภายในด้านธุรกิจตามข้อปฏิบัติภายใน นโยบายและกระบวนการต่าง ๆ และเพื่อแก้ไขและอัพเดตข้อมูลบนฐานข้อมูลต่าง ๆ

(9) เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและคำสั่งของหน่วยงานรัฐ เช่น ในกรณีที่มีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือคำสั่ง หรือต้องให้ความร่วมมือดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กระบวนพิจารณา หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐภายนอกประเทศไทย และ/หรือให้ความร่วมมือกับศาล ผู้กำกับดูแล หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือคำสั่งของรัฐดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนภายใน หรือการป้องกันอาชญากรรม การฉ้อโกง และ/หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

(10) เพื่อปกป้องประโยชน์ของบริษัท เช่น เพื่อรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของการดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายและปกป้องประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกัน และดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริต การประพฤติมิชอบใด ๆ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการละเมิดกฎหมาย เพื่อจัดการและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน เพื่อตรวจจับและป้องกันการกระทำผิดภายในสถานที่ เพื่อดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ เพื่อติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานความผิดทางอาญา และเพื่อปกป้องความมั่นคงและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ

(11) เพื่อการเปิดเผยในกรณีที่มีการโอนหรือควบรวมกิจการขององค์กร เช่น ในกรณีที่มีการขาย การโอน การควบรวม การปรับโครงสร้างองค์กร หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันของบริษัท หรือทรัพย์สินของบริษัท

(12) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง เช่น เพื่อดำเนินการตรวจสอบการดําเนินงาน การประเมินความเสี่ยง และการบริหารความเสี่ยง

(13) เพื่อรักษาความปลอดภัย เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรือทรัพย์สิน อาทิ เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด รวมถึงเพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในของทรัพย์สิน พื้นที่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเข้ามาในพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทผ่านกล้องวงจรปิด

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน หากบริษัทไม่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ร้องขอ บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาที่มีกับท่าน ไม่อาจจัดให้มีสินค้าและ/หรือบริการแก่ท่าน หรือไม่อาจดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้นได้

3. บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับใคร

บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้ ซึ่งจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ทั้งนี้ บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ต่างประเทศ โดยท่านสามารถอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกดังกล่าวเพื่อจะได้ทราบเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย

3.1 ผู้ให้บริการโปรแกรมสมาชิก และ/หรือผู้บริหารจัดการโปรแกรมสมาชิก

ในกรณีที่ท่านเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิกที่บริษัทอาจประกาศกำหนด เพื่อใช้บริการต่างๆ ภายใต้ DAS HAUS Club บริษัทมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ ผู้ให้บริการโปรแกรมสมาชิก และ/หรือผู้บริหารจัดการโปรแกรมสมาชิกที่เป็นพันธมิตร ซึ่งอาจอยู่ในฐานะของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกับบริษัท ด้วยจุดประสงค์หลักเพื่อให้ท่านสามารถใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของโปรแกรมสมาชิกดังกล่าวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในการเป็นสมาชิกดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ทราบ และขอให้ท่านศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขโปรแกรมสมาชิกและนโยบายความเป็นส่วนตัวภายใต้กรอบโปรแกรมสมาชิกที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเพื่อให้ทราบถึงเงื่อนไขในการเป็นสมาชิกและรายละเอียดการประมวลผลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัท และ/หรือผู้บริหารจัดการโปรแกรมสมาชิกที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

3.2 ผู้ให้บริการของบริษัท

บริษัทอาจว่าจ้างบริษัทอื่น ตัวแทน หรือผู้รับจ้างในการให้บริการในนามของบริษัท หรืออำนวยความสะดวกในการให้บริการ (“ผู้ให้บริการ”) โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟท์แวร์ ผู้พัฒนาอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์ (Cloud) (3) ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและจัดการระบบจอง (Booking System) (4) ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บ และ/หรือ ทำลายเอกสาร (5) ผู้ให้บริการด้านการทำการตลาด สื่อโฆษณาและงานออกแบบ (6) ผู้ให้บริการด้านบัญชี (7) ผู้ให้บริการจัดทำผลสำรวจ (8) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและระบบชำระเงิน (9) ผู้ให้บริการจัดเก็บสินค้าและโลจิสติกส์ และ/หรือ (9) ผู้ให้บริการรับจัดงาน (Event Organizer) (10) ผู้ให้บริการระบบจัดการที่จอดรถ และ/หรือ (11) ผู้บริหารจัดการโครงการ/อสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ในการให้บริการต่าง ๆ ดังกล่าว ผู้ให้บริการอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ผู้ให้บริการของบริษัทเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดังกล่าวเท่านั้น และจะดำเนินการให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการที่บริษัททำงานด้วยทั้งหมดจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย และไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตการดำเนินงานของผู้ให้บริการดังกล่าวแต่อย่างใด

3.3 พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท

บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจและให้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ บริษัทผู้ร่วมแคมเปญ ผู้ผลิตสินค้าหรือบริการสำหรับโครงการ ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทประกัน ตราบเท่าที่พันธมิตรทางธุรกิจที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลตกลงที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

3.4 หน่วยงานตามกฎหมาย

ในบางกรณี บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผย หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ โดยบุคคลภายนอกเหล่านั้นอาจรวมถึง ผู้บังคับใช้กฎหมาย ศาล สถานทูต สถานกงสุล หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใด หรือบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัทเห็นว่าจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามระเบียบข้อบังคับ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลภายนอก ความปลอดภัยส่วนตัวของบุคคล หรือเพื่อตรวจหา ป้องกัน หรือจัดการกับการฉ้อโกง หรือเพื่อการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัย

3.5 ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ

บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัท โดยอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ที่ปรึกษาอิสระ ที่ปรึกษาโครงการ หรือที่ปรึกษาทางการเงิน (2) ที่ปรึกษากฎหมายซึ่งให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และให้บริการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คดีหรือฟ้องร้องคดี (3) ผู้สอบบัญชีซึ่งให้บริการด้านบัญชี หรือตรวจสอบบัญชีแก่บริษัท และ/หรือ (4) ผู้พัฒนาโครงการ/อสังหาริมทรัพย์

3.6 บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการโอนกิจการ

ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร ฟื้นฟูกิจการ ควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด การซื้อขาย กิจการร่วมค้า การโอนสิทธิ การโอนหรือจำหน่ายธุรกิจ ทรัพย์สิน หรือหุ้นไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดของบริษัท หรือธุรกรรมในลักษณะเดียวกัน บริษัทอาจมีการเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลแก่พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้โอน หรือผู้รับโอน ในกรณีที่เหตุข้างต้นเกิดขึ้น บุคคลภายนอกในฐานะผู้รับโอนสิทธิจะปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

3.7 บุคคลภายนอกอื่นๆ

บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้แก่บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น บุคคลทั่วไป ผู้ร้องเรียนหรือบุคคลภายนอกที่ร้องขอดูข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นต้น แล้วแต่กรณี

บริษัทจะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่า บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานใดก็ตามที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลไปจากบริษัทจะปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างเคร่งครัด

4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้รับโอนหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งประเทศปลายทางอาจมีหรืออาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เท่าเทียมกัน เช่น เมื่อบริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนแพลตฟอร์มคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย หรือเพื่อใช้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้ บริษัทจะปฏิบัติตามมาตรการตามกฎหมายในการโอนข้อมูล ด้วยการเข้าทำสัญญาที่เกี่ยวข้อง หรืออาจดำเนินการโอนข้อมูลตามที่มีกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ และการทำสัญญาเปิดเผยข้อมูลหรือสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (แล้วแต่กรณี) ที่มีข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้รับโอนต้องมีมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกโอนอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นชอบด้วยกฎหมายตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น

5. บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้นานเท่าใด

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานขึ้นหากจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6. คุกกี้และวิธีการใช้คุกกี้

คุกกี้ คือ เทคโนโลยีติดตามข้อมูลซึ่งใช้เพื่อวิเคราะห์กระแสความนิยม (Trend) การบริหารจัดการเว็บไซต์ ติดตามการเคลื่อนไหวการใช้เว็บไซต์ของผู้ใช้บริการ หรือเพื่อจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ คุกกี้บางประเภทนั้นมีความจำเป็น (Necessary Cookies) เนื่องจากหากปราศจากคุกกี้ที่จำเป็นประเภทนี้แล้ว หน้าเว็บไซต์อาจจะไม่สามารถใช้การได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่คุกกี้บางประเภทนั้นจะทำให้ผู้ใช้บริการใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากคุกกี้ประเภทดังกล่าวจะจดจำชื่อผู้ใช้ (ในวิธีการที่ปลอดภัย) รวมทั้งจดจำการตั้งค่าทางภาษาของผู้ให้บริการ

คุกกี้จะจัดเก็บหรือติดตามข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ของท่านกับคอมพิวเตอร์ของท่าน เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยคุกกี้จะจดจำชื่อผู้ใช้ (ในวิธีการที่ปลอดภัย) รวมทั้งจดจำการตั้งค่าทางภาษาของท่าน อันจะทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงประสบการณ์การเข้าใช้เว็บไซต์ของท่าน ปรับแต่งเนื้อหาตามความต้องการของท่าน และทำให้การท่องเว็บไซต์สะดวกมากขึ้น

โดยปกติ อินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะให้ท่านตั้งค่าว่าท่านจะยอมรับคุกกี้หรือไม่ หากท่านเลือกไม่ให้มีการติดตามโดยคุกกี้ อาจมีผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน และหากไม่มีการเก็บคุกกี้ ฟังก์ชันหรือเว็บไซต์ของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนของท่านอาจทำงานได้อย่างจำกัด โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้สำหรับเว็บไซต์ ของบริษัท ได้ที่ https://rabbitrewards-dashausbkk.myshopify.com/th/pages/cookies-policy

7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

ในการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ เปิดเผย หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตามมาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด  ซึ่งครอบคลุมการกำหนดสิทธิการเข้าถึงและจัดการข้อมูลของผู้ใช้งาน การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการโจรกรรมอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล

8. การใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิตามที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้

8.1 การเข้าถึง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ประมวลผล ตลอดจนขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจขอให้มีการพิสูจน์ตัวตนก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ร้องขอ

8.2 การแก้ไขให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน ที่บริษัทได้ประมวลผล

8.3 การโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบแล้วและสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยต้องเป็น (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้กับบริษัท หรือ (ข) กรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทมีกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  

8.4 การคัดค้าน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

8.5 การระงับการใช้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ถูกต้อง การประมวลผลโดยบริษัทไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์บางประการ

8.6 การถอนความยินยอม สำหรับวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้

8.7 การลบหรือทำลาย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทประมวลผล เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นเสียแต่ว่า การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของบริษัทนั้นเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อการใช้ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ

8.8 การร้องเรียน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8.9 รายละเอียดการติดต่อของบริษัท

หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์จะติดต่อบริษัทเพื่อใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท (DPO) ได้ที่สำนักงานของบริษัท เลขที่ 1000/9 อาคารบีทีเอส วิชันนารี ปาร์ค-เซาธ์ ทาวเวอร์ ชั้นที่ 30 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 หรือที่อีเมล dpo@uta.co.th

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป